แชร์

วิธีการคำนวนไฟ UPS และเลือกขนาดเครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS)

อัพเดทล่าสุด: 5 มิ.ย. 2025
9224 ผู้เข้าชม

วิธีการคำนวนไฟ UPS และเลือกขนาดเครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS)

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกขนาดของ UPS (เครื่องสำรองไฟ) ได้แก่:

  • โหลดรวมของอุปกรณ์ทั้งหมดที่ UPS ต้องป้องกัน
  • เผื่อการขยายระบบในอนาคต
  • ระยะเวลาการสำรองไฟของแบตเตอรี่
  • การเผื่อสำหรับระบบสำรอง (Redundancy)

การเลือกขนาด UPS ที่เหมาะสม
การเลือก Topology ของ UPS ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ แต่การคำนวณขนาด UPS ให้ถูกต้องก็สำคัญไม่แพ้กัน หากเลือกขนาดเล็กเกินไปจะเกิดปัญหาทันที ในขณะที่หากเลือกขนาดใหญ่เกินไปก็จะเปลืองพลังงาน เงิน และพื้นที่ติดตั้งโดยเปล่าประโยชน์

วิธีที่ง่ายที่สุดในการมั่นใจว่า UPS มีขนาดเหมาะสม คือให้ผู้ขายมาสำรวจพื้นที่ติดตั้ง (Site Survey) เพื่อประเมินความต้องการอย่างแม่นยำ แต่หากต้องการคำนวณเอง ก็สามารถทำได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้:

1. โหลดสำคัญ (Critical Loads) และไม่สำคัญ (Non-Critical Loads)
เริ่มจาก ลิสต์ อุปกรณ์ทั้งหมดที่ต้องการการป้องกันจาก UPS และพิจารณาว่าอุปกรณ์ใดเป็น Critical (จำเป็นต้องสำรองไฟ) และอุปกรณ์ใดเป็น Non-Critical (ยอมให้ดับได้เมื่อไฟดับ)

1.1) วิธีการคำนวณขนาดกำลังจ่ายของ UPS เพื่อใช้กับโหลดต่าง ๆ

  1. ทำรายการอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะต่อพ่วงกับ UPS เช่น คอมพิวเตอร์, จอภาพ, โมเด็ม, และอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่นๆ
  2. อ่านค่าพิกัดกำลังจาก Nameplate บนอุปกรณ์ ซึ่งจะระบุแรงดันไฟฟ้า (Volt) และกระแสไฟฟ้า (Ampere) ที่ต้องการใช้งาน
  3. คำนวณค่า VA:
    • ถ้าอุปกรณ์ระบุค่า Volt และ Ampere: คำนวณโดย Volt × Ampere = VA
    • ถ้าอุปกรณ์ระบุค่า Watt: แปลงเป็น VA โดย Watt × 1.4 = VA
  4. รวมค่า VA ของอุปกรณ์ทั้งหมด ที่ต้องการเชื่อมต่อกับ UPS
  5. เลือก UPS ที่มีกำลังจ่ายสูงกว่าค่า VA รวม เพื่อความปลอดภัยและรองรับการขยายในอนาคต

1.2) ตัวอย่างการคำนวณ 
ต้องการเลือก UPS เพื่อใช้กับ:

  1. คอมพิวเตอร์: ขนาด 220 V 1 A
  2. จอภาพ (Monitor): ขนาด 50 Watt
  3. เราเตอร์ Wi-Fi (Router): ขนาด 20 Watt
1. คำนวณค่า VA ของแต่ละอุปกรณ์:
  • คอมพิวเตอร์: ค่าแรงดันไฟฟ้า = 220 V, กระแสไฟฟ้า = 1 A
  • VA = 220 × 1 = 220 VA
  • จอภาพ (Monitor): กำลังไฟฟ้า = 50 Watt
  • แปลงเป็น VA: 50 × 1.4 = 70 VA
  • เราเตอร์ Wi-Fi (Router): กำลังไฟฟ้า = 20 Watt
  • แปลงเป็น VA: 20 × 1.4 = 28 VA

2. รวมค่า VA ทั้งหมด:

  • คอมพิวเตอร์: 220 VA
  • จอภาพ: 70 VA
  • เราเตอร์ Wi-Fi: 28 VA
  • VA รวม = 220 + 70 + 28 = 318 VA

3. เลือก UPS:
ควรเลือก UPS ที่มีกำลังจ่ายไฟ 318 VA หรือสูงกว่า เช่น UPS รุ่นที่รองรับ 400 VA หรือมากกว่า เพื่อความปลอดภัยและรองรับการใช้งานในอนาคต

สรุป:
UPS ที่เหมาะสมกับตัวอย่างนี้คือ UPS ขนาด 400 VA ขึ้นไป

2. ช่วงกำลังไฟ (Power Range)
ขั้นต่อไปคือการคำนวณ กำลังไฟรวม ของโหลดสำคัญที่ต้องการการป้องกัน ควรพิจารณาจากช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูงสุด (Peak Working Hours) ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ใช้งานน้อย เช่น เวลากลางคืนในออฟฟิศ

ข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณ เช่น

  • แรงดันไฟฟ้า (Voltage)
  • ความถี่ (Frequency)
  • จำนวนเฟส (Phases)
  • กระแสไฟ (Load Current)
  • ตัวประกอบกำลังไฟ (Power Factor)
  • การใช้พลังงาน (Power Consumption)

โหลดไฟฟ้าจะระบุในหน่วย Watts (W) หรือ Volt-Amperes (VA) เนื่องจาก UPS จะระบุเป็น VA หรือ kVA ดังนั้นอาจต้องแปลงจาก W ไป VA โดยสูตร:

VA= W (Watts) / Power Factor

รวมค่า VA ทั้งหมด จากนั้นคูณด้วยตัวเลขเช่น 1.2 หรือ 1.25 เพื่อเผื่อการขยายในอนาคต ค่านี้คือขนาดสูงสุดที่ UPS ควรมี (VA หรือ kVA)

หมายเหตุ: UPS ไม่ควรเลือกขนาดให้ทำงานที่โหลด 100% เพื่อให้ทำงานได้อย่างเสถียรและปลอดภัย


3. โหลดที่อาจสร้างปัญหา (Potentially Problematic Loads)
อุปกรณ์บางชนิด เช่น

  • ปริ้นเตอร์เลเซอร์
  • Blade Servers
  • เครื่องปรับอากาศ
  • ระบบแสงสว่างบางประเภท
  • มอเตอร์และคอมเพรสเซอร์

อุปกรณ์เหล่านี้มี Inrush Current (กระแสพุ่งสูงตอนเริ่มทำงาน) หรือดึงกระแสไฟสูงขณะทำงาน อาจทำให้ UPS เกิด Overload, ส่งเสียงเตือน หรือเข้าโหมด Bypass

วิธีแก้ไข:

  • ตัดอุปกรณ์ดังกล่าวออกจากระบบสำรองไฟ (หากอุปกรณ์สามารถดับได้อย่างปลอดภัยเมื่อไฟดับ)
  • เลือก UPS ขนาดใหญ่ขึ้น โดยเผื่อไว้ไม่น้อยกว่า 3 เท่า
4. ระยะเวลาสำรองไฟ (Battery Runtime)
คือระยะเวลาที่ UPS จะจ่ายไฟให้อุปกรณ์ทำงานต่อในกรณีไฟดับ วิธีเลือกขนาดแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน บางกรณีอาจต้องการแค่ ไม่กี่นาที เพื่อให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Generator) เริ่มทำงาน

การคำนวณเหล่านี้ช่วยให้สามารถเลือกขนาด UPS ได้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาค

หากคุณไม่แน่ใจในการคำนวณหรือมีความต้องการที่จะประเมินพื้นที่ติดตั้ง UPS อย่างแม่นยำ เราขอแนะนำให้ใช้บริการก่อนการขาย บริการคำนวณโหลด UPS จาก BT Connect ซึ่งมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยประเมินความต้องการ พร้อมแนะนำอุปกรณ์และรุ่นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

ติดต่อบีที คอนเนค เพื่อให้การเลือก UPS เป็นเรื่องง่ายและมั่นใจได้!

บทความที่เกี่ยวข้อง
ความหมายของ Linear Load กับ Non-Linear Load ใน UPS คืออะไร
โหลดไฟฟ้า (AC Electrical Loads): โหลดไฟฟ้าสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก
16 ม.ค. 2025
ความแตกต่างระหว่าง Line Interactive UPS กับ Online UPS
การเลือกเครื่องสำรองไฟ (UPS) ที่เหมาะสมกับการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเลือก Line Interactive UPS หรือ Online UPS เพราะทั้งสองแบบมีจุดเด่นและจุดแตกต่างกันในเรื่องคุณสมบัติและประสิทธิภาพการป้องกันระบบไฟฟ้า
16 ม.ค. 2025
Power Factor (PF) คืออะไรและความสัมพันธ์กับเครื่องสำรองไฟ (UPS)
Power Factor (PF) คือค่าที่บอกว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าดึงพลังงานมาใช้งานได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน โดยเปรียบเทียบระหว่างพลังงานจริงที่ใช้ (วัตต์) และพลังงานทั้งหมดที่ดึงมา (โวลต์ × แอมป์) ค่านี้อยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 หรือ 0% ถึง 100% เช่น PF 0.9 หมายถึง 90% ของพลังงานที่ดึงมาใช้ได้จริง ส่วนอีก 10% สูญเสียไปในระบบ
16 ม.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ